ผ้าไหมสุรินทร์
ประวัติความเป็นมา
จังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีวัฒนธรรมการทอผ้าไหมมานานและได้สืบทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมมานานจนเป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่น่สนใจยิ่งหากศึกษาอย่างลึกซึ่งแล้ว จะค้นพบเหตุผลหลายประการที่สนับสนุนว่า จังหวัดสุรินทร์มีเอกลักษณ์เฉพาะของตนเองในเรื่องผ้าไหม ตลอดจนประเพณีวัฒนธรรมต่าง ๆ ซึ่งส่งผลต่อการผลิตและการทอ ไม่ว่าจะเป็นลวดลายของผ้าไหม การผลิตเส้นไหมน้อย และกรรมวิธีการทอ
จังหวัดสุรินทร์นิยมนำเส้นไหมขั้นหนึ่งหรือไหมน้อย (ภาษาเขมร เรียก “โซกซัก”) มาใช้ในการทอผ้า ไหมน้อยจะมีลักษณะเป็นผ้าไหมเส้นเล็ก เรียบ นิ่ม เวลาสวมใส่จะรู้สึกเย็นสบาย นอกจากนี้การทอผ้าไหมของจังหวัดสุรินทร์ ยังมีกรรมวิธีการทอที่สลับซับซ้อน และเป็นกรรมวิธีที่ยาก ซึ่งต้องใช้ความสามารถและความชำนาญจริง เช่น การทอผ้ามัดหมี่พร้อมยกดอกไปในตัว ซึ่งทำให้ผ้าไหมที่ได้เป็นผ้าเนื้อแน่นมีคุณค่า มีการทอที่เดียวใบประเทศไทย จนเป็นที่สนพระทัยและเป็นที่ชื่นชอบของสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ทรงรับสั่งว่า ใส่แล้วเย็นสบาย อีกทั้งยังใช้ฝีมือในการทออีกด้วย
ลักษณะเด่นของผ้าไหมจังหวัดสุรินทร์
1. มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ โดยได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากกัมพูชา และลวดลายที่บรรจงประดิษฐ์ขึ้นล้วนมีที่มาและมีความหมายอันเป็นมงคล
2. นิยมใช้ไหมน้อยในการทอ ซึ่งไหมน้อยคือไหมที่สาวมาจากเส้นใยภายในรังไหม มีลักษณะนุ่ม เรียบ เงางาม
3. นิยมใช้สีธรรมชาติในการทอ ทำให้มีสีไม่ฉูดฉาด มีสีสันที่มีลักษณะเฉพาะ คือ สีจะออกโทนสีขรึม เช่นน้ำตาล แดง เขียว ดำ เหลือง อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมจากเปลือกไม้ 4. ฝีมือการทอ จะทอแน่นมีความละเอียดอ่อนในการทอและประณีต รู้จักผสมผสานลวดลายต่าง ๆ เข้าด้วยกัน แสดงถึงศิลปที่สวยงามกว่าปกติ 5. แต่เดิมนั้นการทอผ้าไหมของชาวบ้านทำเพื่อไว้ใช้เอง และสวมใส่ในงานทำบุญและงานพิธีต่างๆ
การทอจะทำหลังจากสิ้นสุดฤดูกาลทำนาซึ่งเป็นอาชีพหลัก มิได้มีการทอเพื่อจำหน่ายแต่อย่างใด จนมีคำกล่าวทั่วไปว่า “พอหมดหน้านา ผู้หญิงทอผ้า ผู้ชายตีเหล็ก”
ผ้าไหมสุรินทร์
ผ้าไหมของจังหวัดสุรินทร์มีการผลิตมานานแล้วและยังคงรักษารูปแบบ สีสัน ลวดลาย ความประณีตบรรจงรวมถึงเทคนิคการทอแบบโบราณอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นไว้ได้ดีจนถึงปัจจุบัน คนชาติพันธุ์เขมร ลาว และกูย ในจังหวัดสุรินทร์ล้วนสืบสานงานทอผ้ามาจากบรรพบุรุษซึ่งมีทั้งความแตกต่างกันด้านเทคนิคการทอ ลวดลาย การให้สี การย้อมสีและวัตถุดิบที่ใช้ ในขณะเดียวกันก็มีการถ่ายทอดลวดลาย กรรมวิธีการผลิตซึ่งกันและกันเสมอ แต่ผ้าทอของกลุ่มชาติพันธุ์เขมรมีเอกลักษณ์เด่นชัดที่สุดมีความกลมกลืนกันของลวดลายและสีสัน สีย้อมนั้นนิยมใช้สีธรรมชาติที่ได้จากพืชหลายชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ทำให้ผ้าไหมที่ผลิตออกมามีสีเย็นตาไม่ฉูดฉาด
กระบวนการผลิตผ้าไหมนั้นเริ่มต้นจากการปลูกต้นหม่อน การเลี้ยงตัวไหม สาวไหม ออกแบบลวดลาย การย้อมสี แล้วจึงนำมาทอเป็นผืนผ้า ในแต่ละขั้นตอนล้วนต้องอาศัยความละเอียดอ่อน ความชำนาญและมีใจรักของช่างทอ
ผ้าพื้นเมืองสุรินทร์
ในจังหวัดสุรินทร์มีการทอผ้ามากมายหลายแบบ ซึ่งอาจแบ่งออกได้เป็น ๓ ประเภท คือ
๑. ผ้านุ่งหญิง และผ้านุ่งชาย
๒. ผ้าสไบ และผ้าขาวม้า
๓. เชิงผ้านุ่ง
ผ้านุ่งหญิง และผ้านุ่งชาย
ผ้าชนิดนี้นิยมทอมากที่สุด มีหลายสี หลากลวดลาย และส่วนใหญ่จะเป็นผ้านุ่งผู้หญิง
ผ้าโฮล
ผ้าโฮล เป็นลวดลายต้นแบบดั้งเดิมของชาวสุรินทร์เชื้อสายเขมรก็ว่าได้ มีทั้งผ้าโฮลที่เป็นผ้านุ่งของผู้หญิง(ซัมป็วดโฮล) ซึ่งเป็นผ้าลายมัดหมี่ทางขวางสลับกับลายริ้วเฉียง และผ้าโฮลสำหรับผู้ชาย (โฮลเปราะฮ์) ซึ่งจะคล้ายผ้าโฮลของผู้หญิงแต่ไม่มีลายริ้วเฉียงคั่น
ผ้าสมอ
ผ้าสมอ เป็นผ้าลายตารางสี่เหลี่ยมเล็กๆประกอบด้วยสีดำ เหลืองทอง เขียวขี้ม้า และแดงเข้ม ผ้านุ่งลายนี้ทอโดยไม่มัดหมี่ ส่วนใหญ่คนสูงอายุนิยมนุ่งอยู่กับบ้าน
ผ้าอันลุยซีม
ผ้าอันลุยซีม
เป็นผ้านุ่งมีลายตามขวางบนพื้นสีต่าง ๆ เช่น สีเหลืองทอง สีเขียว สีแดง และขาว เป็นต้น แต่บางผืนอาจใช้สีม่วงแทนสีขาว ผ้านุ่งลายนี้ไหมเส้นพุ่งจะใช้ควบสองสี
ผ้าอัมปรม
ผ้าอัมปรม
เป็นผ้าลายตารางสี่เหลี่ยม มีการมัดย้อมเส้นไหมให้เป็นจุดประสีขาวเด่นจากพื้นสีแดงในตารางสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ โดยมัดย้อมทั้งเส้นยืนและเส้นพุ่ง
ผ้าละเบิก
ผ้าละเบิก
เป็นผ้านุ่งพื้นเมืองประเภทยกดอกลายตารางสี่เหลี่ยมที่ใช้ไหมเส้นพุ่งและเส้นยืนสีเดียวกัน
ผ้าโสร่งแสร็ย
ผ้าโสร่งแสร็ย
เป็นผ้านุ่งผู้หญิงลายตารางสี่เหลี่ยมบนพื้นไหมควบ
ผ้าโสร่งชาย
ผ้าโสร่งชาย
เป็นผ้าลายตารางใหญ่สีแดงสลับเขียว มีริ้วตัดตรงกลางตลอดทั้งผืน ทอด้วยการควบเส้นไหมสองสีเข้าด้วยกัน (กะนีว)
วีดีโอการทอผ้าไหม
แหล่งอ้างอิง
https://www.ผ้าไหมสุรินทร์.com/watch?v=-fbKoq8kR0g
จัดทำโดย
นางสาวพัชราภรณ์ ใจพินิจ เลขที่10
นางสาวนฤกานต์ วงค์แปลก เลขที่12
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4
เสนอ
นายเมธวัฒน์ อ่อนเรือง
จังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีวัฒนธรรมการทอผ้าไหมมานานและได้สืบทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมมานานจนเป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่น่สนใจยิ่งหากศึกษาอย่างลึกซึ่งแล้ว จะค้นพบเหตุผลหลายประการที่สนับสนุนว่า จังหวัดสุรินทร์มีเอกลักษณ์เฉพาะของตนเองในเรื่องผ้าไหม ตลอดจนประเพณีวัฒนธรรมต่าง ๆ ซึ่งส่งผลต่อการผลิตและการทอ ไม่ว่าจะเป็นลวดลายของผ้าไหม การผลิตเส้นไหมน้อย และกรรมวิธีการทอ
ลักษณะเด่นของผ้าไหมจังหวัดสุรินทร์
1. มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ โดยได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากกัมพูชา และลวดลายที่บรรจงประดิษฐ์ขึ้นล้วนมีที่มาและมีความหมายอันเป็นมงคล
2. นิยมใช้ไหมน้อยในการทอ ซึ่งไหมน้อยคือไหมที่สาวมาจากเส้นใยภายในรังไหม มีลักษณะนุ่ม เรียบ เงางาม
3. นิยมใช้สีธรรมชาติในการทอ ทำให้มีสีไม่ฉูดฉาด มีสีสันที่มีลักษณะเฉพาะ คือ สีจะออกโทนสีขรึม เช่นน้ำตาล แดง เขียว ดำ เหลือง อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมจากเปลือกไม้ 4. ฝีมือการทอ จะทอแน่นมีความละเอียดอ่อนในการทอและประณีต รู้จักผสมผสานลวดลายต่าง ๆ เข้าด้วยกัน แสดงถึงศิลปที่สวยงามกว่าปกติ 5. แต่เดิมนั้นการทอผ้าไหมของชาวบ้านทำเพื่อไว้ใช้เอง และสวมใส่ในงานทำบุญและงานพิธีต่างๆ
การทอจะทำหลังจากสิ้นสุดฤดูกาลทำนาซึ่งเป็นอาชีพหลัก มิได้มีการทอเพื่อจำหน่ายแต่อย่างใด จนมีคำกล่าวทั่วไปว่า “พอหมดหน้านา ผู้หญิงทอผ้า ผู้ชายตีเหล็ก”
ผ้าไหมสุรินทร์
ผ้าไหมของจังหวัดสุรินทร์มีการผลิตมานานแล้วและยังคงรักษารูปแบบ สีสัน ลวดลาย ความประณีตบรรจงรวมถึงเทคนิคการทอแบบโบราณอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นไว้ได้ดีจนถึงปัจจุบัน คนชาติพันธุ์เขมร ลาว และกูย ในจังหวัดสุรินทร์ล้วนสืบสานงานทอผ้ามาจากบรรพบุรุษซึ่งมีทั้งความแตกต่างกันด้านเทคนิคการทอ ลวดลาย การให้สี การย้อมสีและวัตถุดิบที่ใช้ ในขณะเดียวกันก็มีการถ่ายทอดลวดลาย กรรมวิธีการผลิตซึ่งกันและกันเสมอ แต่ผ้าทอของกลุ่มชาติพันธุ์เขมรมีเอกลักษณ์เด่นชัดที่สุดมีความกลมกลืนกันของลวดลายและสีสัน สีย้อมนั้นนิยมใช้สีธรรมชาติที่ได้จากพืชหลายชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ทำให้ผ้าไหมที่ผลิตออกมามีสีเย็นตาไม่ฉูดฉาด
กระบวนการผลิตผ้าไหมนั้นเริ่มต้นจากการปลูกต้นหม่อน การเลี้ยงตัวไหม สาวไหม ออกแบบลวดลาย การย้อมสี แล้วจึงนำมาทอเป็นผืนผ้า ในแต่ละขั้นตอนล้วนต้องอาศัยความละเอียดอ่อน ความชำนาญและมีใจรักของช่างทอ
ผ้าพื้นเมืองสุรินทร์
ในจังหวัดสุรินทร์มีการทอผ้ามากมายหลายแบบ ซึ่งอาจแบ่งออกได้เป็น ๓ ประเภท คือ
๑. ผ้านุ่งหญิง และผ้านุ่งชาย
๒. ผ้าสไบ และผ้าขาวม้า
๓. เชิงผ้านุ่ง
ผ้านุ่งหญิง และผ้านุ่งชาย
ผ้าชนิดนี้นิยมทอมากที่สุด มีหลายสี หลากลวดลาย และส่วนใหญ่จะเป็นผ้านุ่งผู้หญิง
ผ้าโฮล
ผ้าโฮล เป็นลวดลายต้นแบบดั้งเดิมของชาวสุรินทร์เชื้อสายเขมรก็ว่าได้ มีทั้งผ้าโฮลที่เป็นผ้านุ่งของผู้หญิง(ซัมป็วดโฮล) ซึ่งเป็นผ้าลายมัดหมี่ทางขวางสลับกับลายริ้วเฉียง และผ้าโฮลสำหรับผู้ชาย (โฮลเปราะฮ์) ซึ่งจะคล้ายผ้าโฮลของผู้หญิงแต่ไม่มีลายริ้วเฉียงคั่น
ผ้าสมอ
ผ้าสมอ เป็นผ้าลายตารางสี่เหลี่ยมเล็กๆประกอบด้วยสีดำ เหลืองทอง เขียวขี้ม้า และแดงเข้ม ผ้านุ่งลายนี้ทอโดยไม่มัดหมี่ ส่วนใหญ่คนสูงอายุนิยมนุ่งอยู่กับบ้าน
ผ้าอันลุยซีม
ผ้าอันลุยซีม
เป็นผ้านุ่งมีลายตามขวางบนพื้นสีต่าง ๆ เช่น สีเหลืองทอง สีเขียว สีแดง และขาว เป็นต้น แต่บางผืนอาจใช้สีม่วงแทนสีขาว ผ้านุ่งลายนี้ไหมเส้นพุ่งจะใช้ควบสองสี
ผ้าอัมปรม
ผ้าอัมปรม
เป็นผ้าลายตารางสี่เหลี่ยม มีการมัดย้อมเส้นไหมให้เป็นจุดประสีขาวเด่นจากพื้นสีแดงในตารางสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ โดยมัดย้อมทั้งเส้นยืนและเส้นพุ่ง
ผ้าละเบิก
ผ้าละเบิก
เป็นผ้านุ่งพื้นเมืองประเภทยกดอกลายตารางสี่เหลี่ยมที่ใช้ไหมเส้นพุ่งและเส้นยืนสีเดียวกัน
ผ้าโสร่งแสร็ย
ผ้าโสร่งแสร็ย
เป็นผ้านุ่งผู้หญิงลายตารางสี่เหลี่ยมบนพื้นไหมควบ
ผ้าโสร่งชาย
ผ้าโสร่งชาย
เป็นผ้าลายตารางใหญ่สีแดงสลับเขียว มีริ้วตัดตรงกลางตลอดทั้งผืน ทอด้วยการควบเส้นไหมสองสีเข้าด้วยกัน (กะนีว)
วีดีโอการทอผ้าไหม
แหล่งอ้างอิง
https://www.ผ้าไหมสุรินทร์.com/watch?v=-fbKoq8kR0g
นางสาวพัชราภรณ์ ใจพินิจ เลขที่10
นางสาวนฤกานต์ วงค์แปลก เลขที่12
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4
นายเมธวัฒน์ อ่อนเรือง

.gif)






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น